May 2016 — Tudsinjai.com : Blog area : แหล่งรู้คู่การตัดสินใจ


แค่นี้ก็เป็นสุข 45 ข้อ สุขกายสบายใจ

  1. เปิดใจสู่อารมณ์ขัน สังคม และความรัก ผลแห่งพฤติกรรมได้รับการพิสูจน์แล้วว่า การใช้ชีวิตอย่างนี้ทำให้ดูอ่อนเยาว์
  2. ดื่มน้ำซุปสัก 3 ช้อนโต๊ะ ก่อนกินอาหารแต่ละมื้อลดภาวะโรคชราได้เป็นอย่างดี คนจีนโบราณเชื่อว่าการกระทำดังกล่าวช่วยให้เจริญอาหารและช่วยย่อย เป็นการป้องกันโรคระบบทางเดินอาหาร
  3. หมั่นนำข้าวของเครื่องใช้ออกผึ่งแดด โดยเฉพาะหมอน มุ้ง เสื้อผ้า หนังสือ เพราะแดดมีประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อไวรัสและแบคทีเรียฉมังนัก
  4. ออกกำลังกายช่วยชะลอความแก่ นอกเหนือจากประโยชน์ที่มักกล่าวถึงกันคือช่วยการไหลเวียนของโลหิต สร้างภูมิคุ้มกันช่วยให้หัวใจทำงานได้ดีขึ้น ช่วยให้ผิวหนังยืดหยุ่นอย่างมาก จึงเป็นการป้องกันรอยตีนกาบนใบหน้าอันเนื่องจากการแก่ชรา
  5. คนเป็นโรคอ้วนควรปฏิบัติดังคำกล่าวที่ว่า ?กินอาหารเช้าราวกับพระราชา กินอาหารเย็นอย่างกับยาจก? ถ้าเรากินหนักแต่เช้าก็เผาผลาญแคลอรีได้เร็วและมีเวลาทั้งวันในการเผาผลาญไขมันที่เรากินเข้าไป
  6. สำหรับคนเป็นโรคหัวใจต้องหมั่นเช็กน้ำหนักและลดน้ำหนักถ้าจำเป็น สิ่งนี้สำคัญยิ่งกว่าการลดระดับคอเลสเตอรอลในกระแสเลือด
  7. สำหรับผู้มีอาการจุกเสียดแน่นหน้าอก ให้กินแต่น้อย กินบ่อยๆ เมื่อรู้สึกอิ่ม 70-80% ให้หยุดกิน ระลึกถึงสุภาษิตจีนที่ว่า ?กินอิ่มเพียง 80% ให้สุขภาพดีเต็มร้อย?
  8. สำหรับผู้มีอาการปวดศีรษะให้กินไข่ทุกวัน ในไข่แดงประกอบด้วยเลซิตินและคอเลสเตอรอลดีแบบอินทรีย์ซึ่งเป็นสารอาหารบำรุงสมองและสร้างพลังงาน ถ้าการบำบัดนี้เหมาะสมกับคุณก็ควรปฏิบัติจนกว่าอาการปวดศีรษะจะหาย
  9. ดื่มน้ำอุ่น 1 แก้วในตอนเช้าตรู่และขับถ่ายของเสียให้เรียบร้อยก่อนออกกำลังกาย การดื่มน้ำอุ่นและการขับถ่ายต้องใช้เวลา ดังนั้นจึงเป็นการดีที่จะตื่นนอนแต่เช้าถ้าเราจริงจังกับการออกกำลังกายตอนเช้า
  10. เดินหรือออกกำลังกายในที่แจ้ง อย่างน้อย 2 ครั้งต่อสัปดาห์ในบริเวณริมน้ำหรือสวนสาธารณะ
  11. ถ้ามีอาการปวดศีรษะอย่างรุนแรง นั่งลงดื่มน้ำอุ่นๆ 1 แก้ว หรือนอนราบลงหลับตาผ่อนคลาย หายใจลึกๆ
  12. สำหรับผู้มีกลิ่นปาก เมื่อตื่นนอนให้ดื่มน้ำเกลืออ่อนๆ 1 แก้วในทันที ดื่มน้ำสะอาดบ่อยๆทั้งวัน ออกกำลังกายสม่ำเสมอ หยุดสูบบุหรี่และอยู่ในที่โล่งแจ้งอากาศสดชื่น
  13. สำหรับผู้ที่มีอาการอ่อนล้า ถ้าไม่มีเวลานวดตาให้กระพริบตาบ่อยๆ อันที่จริงแล้วภายใต้จิตสำนึกเราจะกระพริบตาทุกๆ 5 วินาทีอยู่แล้ว แต่ถ้าเราใจจดจ่อกับงานตรงหน้าเราอาจจะลืมกระพริบตาและอาจกระพริบได้ไม่เพียงพอ
  14. สำหรับผู้เป็นโรคความจำเสื่อม ให้สะบัดหัวจากข้างหนึ่งไปยังอีกข้างหนึ่งวันละหลายๆครั้ง ช่วยเพิ่มพลังและการไหลเวียนของโลหิตไปเลี้ยงสมองได้ดี
  15. สำหรับผู้เป็นโรคความจำเสื่อม เมื่อทำงานใช้สมองนานๆ ให้พักสมองช่วงสั้นๆ ด้วยการหลับตาให้สนิท หายใจลึกๆ ในที่ที่มีอากาศบริสุทธิ์ รวมศูนย์จิตใจไปอยู่ที่ท้องน้อย

  1. สำหรับคนเป็นโรคริดสีดวงทวาร อย่านั่งนานเกินกว่า 30 นาทีในแต่ละครั้ง การนั่งเป็นเวลานานเกินไปจะทำให้เลือดไหลเวียนบริเวณทวารหนักไม่สะดวก
  2. สำหรับผู้เป็นโรคพิษสุราเรื้อรัง ให้ดื่มน้ำชาแก่ๆ เพื่อลดอาการเป็นพิษ ดื่มน้ำคั้นหัวผักกาดแดง (แรดิช) เพื่อขับสารพิษ กินผลไม้มากๆ ดื่มน้ำส้มสารชูหรือน้ำคั้นจากขิง กินมะกอก (ฝรั่ง) มากๆ ใช้ผ้าเย็นโปะหน้าผาก
  3. สำหรับผู้มีอาการซึมเศร้า ให้หัวเราะหรือร้องไห้เสียงดังๆ ระเบิดออกมาช่วยระบายความกดดันอย่างได้ผลและมีประสิทธิภาพ การหัวเราะก็เหมือนกับการออกกำลังกาย ช่วยให้ระบบภายในร่างกายสมดุล
  4. ดื่มน้ำสะอาดมากๆ ทุกวัน ช่วยทำให้ผิวหนังชุ่มชื้น ข้อต่อยืดหยุ่น ชำระล้างร่างกายภายใน ช่วยย่อยอาหาร ช่วยให้ระบบขับถ่ายเป็นปกติช่วยให้ระบบภายในต่างๆ กระฉับกระเฉง
  5. กรอกลูกตาหลายๆ ครั้ง ตามเข็มนาฬิกา 7 ครั้ง ทวนเข็มนาฬิกา 7 ครั้ง โดยขณะที่กรอกลูกตาให้หายใจลึกๆ รวมศูนย์จิตใจไปที่ท้องน้อย การบริหารดวงตาเช่นนี้ควรทำ 2 ครั้งต่อวัน คือช่วงเช้ากับช่วงก่อนนอน
  6. ท้องผูกให้กินอาหารที่มีใยสูง ปรุงจากเมล็ดธัญพืชและข้าวโอต ข้าวกล้อง ผักและผลไม้สดทั้งหลาย เส้นใยจะไม่ถูกย่อยเคลื่อนตัวไปตามลำไส้ไปรวมกับกากอาหารอื่นๆ เส้นใยจำทำหน้าที่ดูดน้ำมาสู่มวลอุจจาระ ทำให้มวลอุจจาระเพิ่มขึ้นและนุ่มขึ้น
  7. สำหรับผู้มีอาการหวัด ให้แช่เท้าลงในน้ำอุ่นสัก 15 นาที แล้วดื่มน้ำขิงก่อนเข้านอน
  8. ชา โดยเฉพาะชาเขียวชาวจีนถือว่ารักษาได้ทุกโรค ถ้าอาหารไม่ย่อยหรือธาตุพิการเขาจะดื่มน้ำชา ถ้าปวดหัวหรือเป็นหวัดเขาจะนึกถึงชา ถ้าเขามึนเมาได้รับพิษจากอาหาร รู้สึกไม่สดชื่น เมาค้าง เขาก็จะดื่มน้ำชา ชาจึงถือได้ว่าเป็นยาที่เยี่ยมยอด
  9. ถ้าเป็นหวัดคักจมูกน้ำมูกไหลมีอาการไอร่วมด้วย ให้หลีกเลี่ยงอาหารประเภทผลิตภัณฑ์จากนมและแป้งสาลี เพราะเป็นอาหารประเภทก่อให้เกิดเมือก ทำให้ติดเชื้อและเกิดเสมหะที่ระบบทางเดินหายใจได้
  10. ป้องกันการเกิดต้อกระจกได้ด้วยการปิดเปลือกตาเพื่อพักสายตาทุกหนึ่งชั่วโมง หลังจากใช้สายตาในการทำงาน เลี่ยงจากการกระทบแสงแดดและแสงฟลูออเรสเซนต์โดยตรงด้วยแว่นกันแดด ป้องกันต้อกระจกและกล้ามเนื้อตาเสื่อมด้วยการกินอาหารที่มีวิตามินเอและอี และบริหารดวงตาสม่ำเสมอ
  11. รักษาใจให้ผ่องใสมองโลกในแง่ดี การมองโลกในแง่ดีคือพลังในการรักษาโรคภัยไข้เจ็บทั้งปวง โดยเฉพาะโรคมะเร็ง
  12. เรียนรู้ที่จะดำเนินชีวิตอย่างนุ่มนวล ไม่แข่งขันกับใครๆ ไม่แสวงหาความมั่งคั้งและความสุขสบายทางโลก ไม่ริษยาผู้ใด อดทน มีชีวิตและความคิดที่เรียบง่าย และกรุณาต่อผู้อื่น นี่เป็นวิถีกล่อมเกลาจิตใจ และเป็นหนทางสำคัญอันนำไปสู่ ?เต๋า?
  13. ขมิบกล้ามเนื้อรอบทวารหนักและเกร็งหัวแม่เท้าบ่อยๆ ถ้ามีอาการเสื่อมถอยทางเพศ เนื่องมาจากอาการแก่ก่อนวัยอันควร การขมิบทวารหนักและเกร็งหัวแม่เท้าเป็นจังหวะสม่ำเสมอเป็นหนทางในการชะลอความแก่และป้องกันอาการดังกล่าว
  14. ถูฝ่าเท้าหลายๆ ครั้งต่อวัน เป็นตำนานเล่าขานของครอบครัวคนจีนที่มีอายุยืนนานกว่า 100 ปี รุ่นแล้วรุ่นเล่า เมื่อถามถึงความลับที่ทำให้พวกเขาอายุยืนยาว สมาชิกในครอบครัวก็จะตอบว่า พวกเขาทั้งหมดต่างถูฝ่าเท้ากันทั้งนั้น
  15. ขบฟันเบาๆ วันละหลายๆ ครั้ง ไม่เพียงแต่ช่วยให้ฟันแข็งแรงป้องกันการเสื่อมของฟันก่อนเวลาอันควรแล้ว ยังช่วยให้การมีเพศสัมพันธ์และสติทรงพลังอีกด้วย
  1. การสางผมด้วยนิ้วมือบ่อยๆ ช่วยกระตุ้นการหมุนเวียนของเลือดและลมปราณไปเลี้ยงสมอง ช่วยให้มีสติมั่นคง ทำให้มีความจำดีและรักษาสีสันของเส้นผมให้งดงามตามธรรมชาติ
  2. กลืนน้ำลายบ่อยๆ มีพลังอย่างน่าอัศจรรย์ในการสร้างความเป็นหนุ่มเป็นสาว น้ำลายบำรุงสมอง ช่วยย่อยอาหาร ขจัดพิษจากร่างกาย เพิ่มความยืดหยุ่น ช่วยให้ผิวหนังและผิวหน้าเนียนเรียบเป็นเงางาม เพิ่มพลังทางเพศ และสร้างภูมิคุ้มกัน ช่วยเสริมทุกระบบที่มีหน้าที่ต่อต้านความแก่
  3. สาเหตุของร่างกายเสื่อมถอยในผู้สูงอายุไม่ใช่เนื่องมาจากการมีอายุมาก แต่เป็นเพราะใช้จิตใจและร่างกายอย่างผิดๆ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ คือหนทางที่ดีที่สุดในการป้องกันและรักษาโรคภัยไข้เจ็บทั้งปวง
  4. เมื่อหยุดสูบบุหรี่ ความเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งปอดและโรคหัวใจจะลดลงอย่างน่าทึ่ง จากหลักฐานชี้ว่าหลังจากงดสูบบุหรี่เป็นเวลานานสิบปีแล้ว เนื้อเยื่อของปอดและหัวใจของผู้ที่เคยสูบบุหรี่จะฟื้นฟูกลับสู่สภาพเดิมได้ ลดความเสี่ยงจากการตายด้วยโรคหัวใจและโรคมะเร็งปอดได้มาก
  5. ใช้น้ำส้มสายชูชโลมบาดแผลตามร่างกายโดยตรง เช่น ข้อต่ออักเสบ ข้อเท้าแพลง และบาดเจ็บในที่อื่นๆ เชื่อว่าน้ำส้มสายชูสามารถทำให้กรดบนผิวหนังและใบหน้าสมดุล ทำให้ผิวเรียบแลดูอ่อนเยาว์
  6. ต้มน้ำส้มสายชูให้ระเหยในห้อง ช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียและเป็นวิธีการต่อต้านหวัด ไข้หวัดใหญ่ และเชื้อนิวมอเนียที่ทำให้ปอดอักเสบ
  7. ระบายอากาศในบ้านทุกวันโดยเฉพาะห้องนอน ด้วยการเปิดหน้าต่างทิ้งไว้อย่างน้อยสองชั่วโมงหลังจากตื่นนอนตอนเช้าแล้ว ดูให้แน่ใจว่าสถานที่ทำงาน และสถานที่อยู่อาศัยนั้นมีอากาศหมุนเวียนเป็นอย่างดีและอยู่ท่ามกลางอากาศบริสุทธิ์
  8. ดื่มน้ำมากๆ ช่วยลดอาการไข้ได้เป็นอย่างดี ชะลออาการแก่ก่อนวัยเพราะช่วยทำให้ผิวหนังและผิวหน้าชุ่มชื่น ควรดื่มน้ำอย่างน้อย 6-8 แก้วต่อวัน
  9. หลีกเลี่ยงรังสีจากผ้าห่มไฟฟ้า คอมพิวเตอร์ จอโทรทัศน์ นาฬิกาปลุกดิจิตอล โดยไม่วางอุปกรณ์เหล่านี้ใกล้หมอนในห้องนอน
  10. สวมใส่เสื้อผ้าและเครื่องกันแสงแดดเพื่อป้องกันตนเองจากรังสีอัลตราไวโอเลต ล้างผักผลไม้สดเพื่อขจัดยาฆ่าแมลงที่ตกค้าง
  11. อยู่ให้ห่างจากผู้สูบบุหรี่ พยายามทำงานในสิ่งแวดล้อมที่ห้ามสูบบุหรี่ ถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้จริงๆ ให้ออกจากที่ทำงานชั่วคราวเมื่อมีผู้จุดบุหรี่สูบ
  12. ป้องกันบ้านโดยเฉพาะในห้องนอน ให้ปลอดเสียงรบกวนจากภายนอก ถ้าทำไม่ได้และรู้สึกรำคาญเสียงรบกวนให้เปิดเพลงเบาๆ เพื่อลดความน่ารำคาญของเสียงนั้นเอง
  13. น้ำมันปลา ลดความเสี่ยงของโรคหัวใจได้อย่างสำคัญ ด้วยการละลายการจับตัวเป็นก้อนของเลือด ลดความดันโลหิตสูง ลดไตรกลีเซอร์ไรด์ให้อยู่ในระดับต่ำ ดังนั้นการกินน้ำมันปลาจึงเป็นการประกันความเสี่ยงต่อโรคหัวใจที่มีราคาต่ำมาก
  14. สำหรับเรื่องโรคกระดูกบาง กระดูกพรุน การออกกำลังกายช่วยให้กระดูกแข็งแรง การรำมวยจีนเป็นการออกกำลังกายที่นิ่มนวล เหมาะอย่างยิ่งกับผู้ที่มีปัญหากระดูกบาง
  15. อาหารที่มีเส้นใยสูง มีน้ำตาลต่ำ เป็นอาหารที่ช่วยป้องกันและบรรเทาโรคริดสีดวงทวาร เส้นใยมีความจำเป็นต่อระบบการย่อย ทำให้เกิดมวลมากสำหรับการขับถ่าย

ผ้าม่อฮ่อม ที่ย้อมด้วยครามหรือห้อม สีจะตกมากหรือน้อยอยู่ที่ขบวนการผลิตของแต่ละเจ้า หากขบวนการผลิตก่อนส่งถึงมือลูกค้ามีการซักล้างมาก่อนแล้ว 2-3 น้ำ การตกสีจะน้อยลงและไม่กินผ้าสีอื่นๆ แต่ข้อควรระวัง ก็เหมือนกับผ้าสีชนิดอื่นๆที่ควรแยกซักจากผ้าขาว

การย้อมผ้าจะแบ่งออกเป็น 2 ลักษณะคือ ย้อมร้อนกับร้อนเย็น

การย้อมร้อน จะใช้น้ำร้อนตลอดขบวนการย้อม ใช้ย้อมผ้าได้หลายชนิด ทั้งเส้นใยธรรมชาติ และเส้นใยสังเคราะห์รวมถึงวัสดุอื่นๆ เช่น วัสดุจากธรรมชาติ ไม้ ดอกไม้แห้ง และพลาสติกต่างๆ จำพวกกระดุม ความคงทนของสีสามารถทนต่อการซักล้างได้ดี แต่น้อยกว่าสีย้อมเย็น และสีสูตรพรีเมี่ยม เล็กน้อย

การย้อมเย็น จะย้อมด้วยน้ำธรรมดาอุณภูมิปกติ การย้อมเย็นให้ได้สีตามต้องการต้องใช้การย้อมซ้ำๆหลายครั้ง จึงใช้เวลามากกว่าการย้อมร้อน เหมาะสำหรับการย้อมผ้าเส้นใยธรรมชาติโดยเฉพาะ และวัสดุจากธรรมชาติ สีติดคงทนและการตกสีจะน้อยมาก

การทดสอบการตกสีผ้าม่อฮ่อม จากการย้อมเย็น (แบบบ้านๆกับม่อฮ่อม ปัณณ)

ซักด้วยผลิตภัณฑ์ซักผ้าชนิดน้ำ

น้ำที่ยังไม่ได้ขยี้ผ้า

เมื่อขยี้ผ้าแล้วจะมีสีครามตกออกมาปนกับน้ำ

ทดสอบเอาเสื้อสีขาวซักบนไปด้วย

เสื้อขาวเหมือนจะโดนสีครามตกใส่ แต่สีไม่กินเนื้อเข้าไปในผ้าขาว

เมื่อซักล้างเสร็จลองดูสีของเสื้อขาว

ไม่มีสีครามตกใส่ผ้าขาว



ผ้าม่อฮ่อมที่ซักล้างแล้ว