วัดเขานางบวช (วัดเขาขึ้น)

วัดเขานางบวช (วัดเขาขึ้น)

วัดเขานางบวช (วัดเขาขึ้น) สุพรรณบุรี

* สินค้าในข้อมูลผลิตภัณฑ์ ไม่มีการซื้อขาย เป็นเพียงการให้ข้อมูลเท่านั้น *

ประวัติความเป็นมา วัดเขานางบวช (วัดเขาขึ้น) สุพรรณบุรี

พระพุทธองค์ใหญ่ ปางปฐมเทศนา
วัดเขานางบวช ตั้งอยู่ที่ ต.นางบวช อ.เดิมบางนางบวช จ.สุพรรณบุรี อยู่ห่างจากตัวเมืองสุพรรณบุรีขึ้นไปทางทิศเหนือ ประมาณ 51 กิโลเมตร ไปตามทางหลวงหมายเลข 340 กิโลเมตรที่ 138-139 ทางขึ้นสู่วัดมีทั้งทางลาดยางขึ้นไปบนยอดเขานางบวช ซึ่งเป็นที่ตั้งของวัด หรือจะเดินขึ้นบันได 281 ขั้น ไปจนถึงยอดเขาก็ได้
ย้อนไปใน พ.ศ.2308 สมัยสมเด็จพระเจ้าเอกทัศ ในขณะที่พม่าตั้งค่ายล้อมกรุงศรีอยุธยาอยู่ ชาวบ้านบางระจันได้รวมตัวกันต่อสู้กับพม่า ที่บ้านบางระจัน เมืองสิงห์บุรี ซึ่งมีผู้นำสำคัญของชาวบ้านและปรากฏชื่อ 12 ท่าน คือ พระอาจารย์ธรรมโชติ นายแท่น นายโชติ นายอิน นายเมือง นายทองแก้ว นายดอก นายจันหนวดเขี้ยว นายทองแสงใหญ่ นายทองเหม็น ขุนสรรค์ และพันเรือง ชาวบ้านบางระจันได้ต่อสู้กับพม่า และสามารถเอาชนะกองทัพพม่าได้ถึง 7 ครั้ง จนถึงครั้งที่ 8 ชาวบ้านบางระจันจึงพ่ายแพ้ในวันจันทร์ แรม 2 ค่ำ เดือน 8 ปีจอ พ.ศ.2309 รวมเวลาที่ไทยรบกับพม่าทั้งสิ้น 5 เดือน คือตั้งแต่เดือน 4 ปลายปีระกา พ.ศ.2308 ถึงเดือน 8 ปีจอ พ.ศ.2309

ตามประวัติกล่าวว่า พระอาจารย์ธรรมโชติ พระสงฆ์ผู้เป็นศูนย์รวมขวัญ และกำลังใจให้ชาวบ้านบางระจัน ในระหว่างทำสงครามกับพม่า เดิมท่านชื่อ ?โชติ? ขณะบวชได้ฉายาทางพระว่า ธรรมโชติรังสี บวชครั้งแรกที่ ?วัดยาง? บ้านแสวงหา จังหวัดอ่างทอง แต่จำพรรษา ณ วัดเขาขึ้น อยู่ที่เขานางบวช สุพรรณบุรี ท่านมีความรู้ด้านวิชากสิณ ด้านวิชาอาคม ต่อมาชาวบ้านบางระจันได้อาราธณาไปพำนักอยู่ ณ วัดโพธิ์เก้าต้น จังหวัดสิงห์บุรี ด้วยเหตุที่พระอาจารย์ธรรมโชติมีวิทยาอาคมสูง จึงได้ลงอาคมกับ ผ้าประเจียด (ผ้าลงเลขยันต์ และอักขระ ถือกันว่าเป็นเครื่องรางคุ้มกันตัว ใช้ผูกต้นแขนหรือคล้องคอ นิยมทำจาผ้าดิบสีแดง ตัดเป็นผืนสามเหลี่ยม อักขระเลขยันต์ที่เขียนลงบนผืนผ้า และกำหนดว่ามีอาถรรพ์ อำนาจทางไสยศาสตร์นั้นเป็นวิชาคงกระพันชาตรี แคล้วคลาด มหาอุด กำบังตัว คุ้มกำลัง อย่างใดอย่างหนึ่ง หรือหลาย ๆ อย่างรวมกัน) ตะกรุดพิสมร (เครื่องรางของขลังชนิดหนึ่ง) แจกจ่ายให้กับนักรบค่ายบางระจัน สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงพระนิพนธ์ในหนังสือไทยรบพม่าว่า พระอาจารย์ธรรมโชตินั้นได้หายสาบสูญไป หรือจะมรณภาพในเวลาเสียค่ายพม่า หรือหนีรอดไปได้หาปรากฏไม่ แต่ความเชื่อของชาวจังหวัดสุพรรณบุรีว่า น่าจะมามรณภาพที่วัดเขานางบวชนี้

เหตุที่วัดนี้ได้ชื่อว่าวัดเขานางบวชนั้น มีตำนานเล่าว่า ราวปี 1826 มีหญิงชื่อชบา เป็นสนมแห่งพระร่วงเจ้ากรุงสุโขทัย เกิดเบื่อหน่ายในเพศฆราวาส จึงออกบวชละทางโลกเข้าจำพรรษารักษาศีลอยู่ในถ้ำบนยอดเขาแห่งนี้ คนทั้งหลายจึงเรียกเขาแห่งนี้ว่า ?เขานางบวช? (ถ้ำอยู่ด้านหลังศาลา) ปัจจุบันปากถ้ำทรุดไม่สามารถเข้าไปได้ เล่ากันว่าภายใจถ้ำมีข้าวของ เครื่องประดับจำนวนมาก สันนิษฐานว่าเป็นของพวกที่ติดตามนางสนมชบา แต่ของเหล่านั้นได้สูญหายไปเมื่อ พ.ศ.2402 และวัดแห่งนี้เคยกลายเป็นวัดร้างในบางปีด้วย เครื่องประดับชิ้นสุดท้ายที่พบบริเวณปากถ้ำ เมื่อ พ.ศ.2539 เป็นกำไลหยกหัวพญานาค แต่ผู้พบมิได้ถวายเป็นสมบัติวัด

ภายในบริเวณวัดเขานางบวช

ภายในบริเวณวัดเขานางบวชมีสถานที่สำคัญ เพื่อให้ประชาชนได้เยี่ยมชม และสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ดังนี้ คือ อุโบสถพระอาจารย์ธรรมโชติ หันหน้าไปทางทิศตะวันตก รัชกาลที่ 5 มีรับสั่งให้บูรณปฏิสังขรณ์ เปลี่ยนหลังคาจากมุงแฝก เป็นมุงกระเบื้อง ภายในมีเสาขนาดใหญ่ ข้างละ 4 เสา ประดิษฐานพระพุทธรูปหินทราย รวม 13 องค์ ล้วนแต่ถูกคนร้ายตัดเศียรไปหมดแล้ว ได้บูรณะสร้างเศียรขึ้นมาใหม่โบสถ์หลังนี้ถือว่าเป็นสิ่งมหัศจรรย์แปลกกว่าโบสถ์ทั่วไป คือมีประตู่เข้าออกเพียงประตูเดียว และไม่มีหน้าต่างเลยแม้แต่บานเดียว สมัยโบราณเรียกกันว่า ?โบสถ์มหาอุตม์? ด้านหน้าพระอุโบสถเป็นเสมาธรรมจักร หินสีเขียวขนาดใหญ่ 5 แผ่น สูง 37 นิ้ว กว้าง 22 นิ้ว ไม่มีลวดลายใด ๆ ทั้งสิ้น ถัดจากเสมาธรรมจักรมีหินวางเป็นแนวสันนิษฐานว่าเป็นแนวกำแพง แต่เดิมนี้นภายในอุโบสถเป็นที่ประดิษฐานของหลวงพ่อแก่นจันทร์ พระพุทธรูปไม้ที่สร้างขึ้นในสมัยพระอาจารย์ธรรมโชติ แต่ปัจจุบันนี้ได้มีการสร้างมณฑปขึ้นใหม่เพื่อเป็นที่ประดิษฐานรูปปั้นพระอาจารย์ธรรมโชติ จึงได้ย้ายหลวงพ่อแก่นจันทร์เข้าไปประดิษฐาน ณ มณฑปใหม่ด้วย

วิหารพระอาจารย์ธรรมโชติ ภายในเป็นที่ประดิษฐานรอยพระพุทธบาท มีหลุมขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 6 นิ้ว เพื่อให้ประชาชนได้โยนเหรียญลงไปทำบุญ ในวิหารด้านหลังมีร่องรอยการเจาะผนังวิหารทะลุไปยังองค์เจดีย์ที่ก่อด้วยแผ่นหินบาง ๆ วางซ้อนเป็นรูปเจดีย์ขนาดไม่สูงมาก เจดีย์สร้างติดกับผนังวิหาร ก่อนที่ค่ายบางระจันแตก ชาวบ้านนิมนต์พระอาจารย์ธรรมโชติให้หนีไป แต่ท่านไม่หนีจนในที่สุด หัวหน้าชาวบ้านบางระจันบอกว่า มีอาจารย์คนเดียวเป็นพระ จะได้กลับมาทำศพพวกเรา ท่านถึงยอดออกจากหลังค่ายหนีไป หลังจากนั้น 3 วัน ค่ายบางระจันก็แตก พระอาจารย์ธรรมโชติ ก็นำคนมาช่วยเก็บศพทำบุญให้ หลายคนเข้าใจว่า ท่านใช้วิชากสิณชั้นสูง กลับไปวัดเขานางบวชแล้วหลบซ่อนอยู่ในอุโมงค์ใต้วิหาร เป็นอุโมงค์ที่กว้างพอจะเข้าไปอยู่ได้สัก 5 -6 คน เรื่องเหล่านี้อาจารย์ธรรมโชติท่านบันทึกไว้ทั้งหมด เพราะท่านเป็นพระที่รู้หนังสือ

วิหารพระอาจารย์ธรรมโชติ



ศาลาหลวงปู่ธรรมโชติ เป็นทีประดิษฐานพระพุทธรูปสัมฤทธิ์ ปางห้ามสมุทร (เป็นพระพุทธรูปอยู่ในอิริยาบถยืน ยกพระหัตถ์ทั้งสองแบตั้งขึ้น ยื่นออกไปข้างหน้าเสมอพระอุระ (อก) เป็นกริยาห้าม บางแบบเป็นพระทรงเครื่อง สร้างขึ้นในสมัยอยุธยาตอนต้น อายุประมาณ 600 ? 700 ปี และรูปหล่อพระอาจารย์ธรรมโชติ ใกล้ ๆ กับศาลานั้นมีต้นโพธิ์ที่ประทับของ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) เมื่อครั้งเสด็จประพาสต้น ณ วัดเขานางบวช เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2451 ทรงพระราชนิพนธ์เอาไว้ว่า ?เขานางบวชนี้ เป็นที่ราษฎรนับถือมาก มีกำหนดขึ้นไหว้พระกันในกลางเดือน 4 มาแต่หัวเมืองอื่น ๆ ก็มาก ใช้เดินทางบกทั้งนี้น คราวนี้ย่อมทำให้รู้ว่า หลังสงครามไทยพม่าสงบลงแล้ว พระอาจารย์ธรรมโชติน่าจะกลับมาจำพรรษาอยู่ที่เขานางบวชอีกจริง จนกระทั่งมรณภาพ เพราะเกียรติคุณของท่าน ประชาชนจึงศรัทธาเรื่อยมา หาไม่เช่นนั้นประชาชนจะศรัทธาด้วยอะไร ถ้าไม่มีใครคนหนึ่งคนใดเป็นหลักให้เขานับถือ เป็นเรื่องที่น่าคิดว่า พระอาจารย์ธรรมโชติกลับมาวัดเขา
ศาลาหลวงปู่ธรรมโชติ
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5)
พระราชนิพนธ์ เมื่อครั้งเสด็จประพาสต้น ในรัชการที่ 5 วัดเขานางบวช(เขาขึ้น) วันที่ 19 ตุลาคม 2451

"เมื่อวานนี้เรือครุฑจักรฟันไม้ลอยน้ำบิ่น จึงต้องยกย้ายขึ้นเปลี่ยนจักรใหม่ยังไม่แล้ว อีกประการหนึ่งทางที่จะไปวันนี้ต้องเลี้ยวเข้าไปในทุ่งได้แต่เรือเล็ก จึงได้ลงเรือศรีเทพออกจากเดิมบางไปทางประมาณสักชั่วโมงหนึ่ง จึงถึงนาง
บวชซึ่งมีตำบลบ้านและมีสะพานยาวเข้าไปจนถึงเขาแต่สะพานนั้นน้ำท่วม เรือเข้าไปจอดได้ถึงเชิงเขา ลักษณะเขาสมอคอนในแม่น้ำตอนตั้งแต่เดิมบางลงมาปรากฏว่าเป็นแม่น้ำใหม่ น่าจะเรียกว่าลำคลองมากกว่าแม่น้ำเพราะไม่มี
ไม้ใหญ่มีแต่ไผ่และแคบกว่าลำแม่น้ำตอนข้างบนมาก ลำน้ำแต่เดิมไปทางกำมะเชี่ยน เมื่อถึงนางบวชแล้วเลี้ยวเข้าในคลองหรือในทุ่งเข้าไปถึงเชิงเขา มีกุฏิพระมุงแฝกหลังใหญ่ 3 หลัง มีพระสงฆ์อยู่ถึง 7 รูป มีโรงพักสัปปุรุษและสระ
บัว ทางที่ขึ้นเขาเป็นสองทางตรงขึ้นไปเหมือนธรรมามูลทางหนึ่ง เลี้ยวอ้อมไปที่ไม่สูงชันทางหนึ่ง เขาก็เป็นลักษณะเดียวกันกับเขาธรรมมามูลหรือโพธิ์ลังกา ไม่ใคร่มีต้นไม้อื่นนอกจากไม้รวกเต็มไปทั้งเขา ฤดูแล้งแห้งใบร่วงเกิดเพลิง
บ่อยๆ

เพราะฉะนั้นหลังคาโบสถ์วิหารใคร่อยู่ได้ ที่ลานบนหลังเขายาวประมาณสัก 30 วา เกือบจะเท่ากับวัดราชประดิษฐ์แต่แคบกว่าดูเป็นลานกว้างขวางสบายดีกว่าธรรมามูล ที่บนนั้นมีพระอุโบสถหลังหนึ่ง 5 ห้อง ไม่มีหน้าต่างก่อเว้น
ว่างอย่างวัดพุทไธสวรรย์แต่หลังคาไม่มีมุงแฝกคลุมไว้ พระที่ตั้งอยู่บนฐานชุกชีเป็นพระพุทธรูป ศิลาปั้นปูนประกอบปิดทองฐานทำลายรักปิดทองอย่างดีเต็มไปทั้งฐานชุกชี ผนังโบสถ์ด้านหนึ่งก่อเป็นแท่นพระเท่าตัวฝีมือดีๆอย่าง
โบราณ สวมเทริดหน้าต่างๆแต่ชำรุดทั้งสิ้น ได้สั่งให้เชิญลงมาจะปฏิสังขรณ์ 4 องค์ ถ้าแล้วเสร็จจะส่งกลับขึ้นไปไว้ที่เขานั้นบ้าง เสมาใช้ศิลาแผ่นใหญ่ๆอย่างเสมาวัดหลวงกรุงเก่า มีกำแพงแก้วรอบไปจนกระทั้งพระเจดีย์และวิหารด้วย
แต่วิหารนั้นเป็นที่น่าสงสัยอยู่ว่าจะทำเป็นสองคราวเพราะกระชั้นพระเจดีย์นัก ไม่ได้ไว้ช่องอีก มีช่องหน้าต่างเล็กสูงสักศอกเดียว กว้างคืบเศษ สองช่องเท่านั้น ท้ายวิหารจดฐานพระเจดีย์ ที่กำแพงแก้วมีพระเจดีย์ประจำมุม เห็นจะ
มีถึงด้านละ 8 องค์ พระเจดีย์นั้นก็มีแว่นฟ้า 3 ชั้น ข้างบนตั้งรูปพระเจดีย์ปั้นดินเผาสีดำบ้าง ขาวบ้าง เผาแข็งแกร่ง ได้นำลงมาเป็นตัวอย่างองค์หนึ่ง มีศาลายาวก่ออิฐแต่ไม่มีหลังคา เห็นจะเป็นที่จำศีลภาวนาคงจะได้มุงกระเบื้องกะ
บูทั้งนั้น เหลือหลังคาอยู่แต่วิหารทางที่จะแลจากเขานางบวชนี้สู้เขาพระไม่ได้ เพราะเหตุที่มีต้นไม้บังอยู่เสียข้างหนึ่ง แต่การซึ่งขึ้นไปบนยอดเขาเหล่านี้มีประโยชน์ที่ได้เห็นภูมิพื้นที่ว่าเป็นอย่างไร ข้อที่เราเห็นเมื่อเวลามาน้ำว่า
เหมือนมาในดงไม้ใหญ่ แต่ที่จริงขึ้นไปที่สูงแล้วแลเห็นว่าไม่มีดงแห่งใดเลย ป่าไผ่นี้ก็เป็นลักษณะเดียวกันกับป่าสนของเมืองฝรั่งของเขาปลูกเหย้าเรือนด้วยไม้สนของเราก็สำเร็จด้วยไม้ไผ่เป็นที่งามบริบูรณ์ดีทุกแห่ง เขานางบวชนี้เป็น
ที่ราษฎรนับถือมาก มีกำหนดขึ้นไหว้พระกันในเดือน 4 มาแต่หัวเมืองอื่นๆก็มาก ใช้เดินทางบกทั้งนั้น ได้หยุดทำกับข้าวกินที่เชิงเขาแล้วจึงล่องเรือลงมาจนถึงปากกระเสียวจึงกลับเข้าลำน้ำเดิม"

อ้างอิง หนังสือวรรณกรรมล้ำค่า เสด็จประพาสต้นในรัชการที่ 5 (พระราชนิพนธ์ในสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวและพระนิพนธ์สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยาดำรงราชานุภาพ) หน้าที่ 135-137

แหล่งข้อมูล : watkaonangbuach.org, หนังสือสวดมนต์และประวัติอาจารย์ธรรมโชติ ชุดที่ 3 (ได้รับหนังสือเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2557, ข้อมูลในหนังสือน่าจะถูกพิมพ์ปี 2550 หรือต้นปี 2551)

ชื่อสถานที่ วัดเขานางบวช (วัดเขาขึ้น)
จังหวัด สุพรรณบุรี
แหล่งที่อยู่ ต.นางบวช อ.เดิมบางนางบวช จ.สุพรรณบุรี
พิกัดที่ตั้ง 14.8162509,100.1316737
แกลเลอรี่ ดูภาพประกอบ
ข้อมูลทั่วไป ตามประวัติกล่าวว่า พระอาจารย์ธรรมโชติ พระสงฆ์ผู้เป็นศูนย์รวมขวัญ และกำลังใจให้ชาวบ้านบางระจัน ในระหว่างทำสงครามกับพม่า เดิมท่านชื่อ ?โชติ? ขณะบวชได้ฉายาทางพระว่า ธรรมโชติรังสี บวชครั้งแรกที่ ?วัดยาง? บ้านแสวงหา จังหวัดอ่างทอง แต่จำพรรษา ณ วัดเขาขึ้น อยู่ที่เขานางบวช สุพรรณบุรี ท่านมีความรู้ด้านวิชากสิณ ด้านวิชาอาคม ต่อมาชาวบ้านบางระจันได้อาราธณาไปพำนักอยู่ ณ วัดโพธิ์เก้าต้น จังหวัดสิงห์บุรี ด้วยเหตุที่พระอาจารย์ธรรมโชติมีวิทยาอาคมสูง จึงได้ลงอาคมกับ ผ้าประเจียด (ผ้าลงเลขยันต์ และอักขระ ถือกันว่าเป็นเครื่องรางคุ้มกันตัว ใช้ผูกต้นแขนหรือคล้องคอ นิยมทำจาผ้าดิบสีแดง ตัดเป็นผืนสามเหลี่ยม อักขระเลขยันต์ที่เขียนลงบนผืนผ้า และกำหนดว่ามีอาถรรพ์ อำนาจทางไสยศาสตร์นั้นเป็นวิชาคงกระพันชาตรี แคล้วคลาด มหาอุด กำบังตัว คุ้มกำลัง อย่างใดอย่างหนึ่ง หรือหลาย ๆ อย่างรวมกัน) ตะกรุดพิสมร (เครื่องรางของขลังชนิดหนึ่ง) แจกจ่ายให้กับนักรบค่ายบางระจัน สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงพระนิพนธ์ในหนังสือไทยรบพม่าว่า พระอาจารย์ธรรมโชตินั้นได้หายสาบสูญไป หรือจะมรณภาพในเวลาเสียค่ายพม่า หรือหนีรอดไปได้หาปรากฏไม่ แต่ความเชื่อของชาวจังหวัดสุพรรณบุรีว่า น่าจะมามรณภาพที่วัดเขานางบวชนี้
ข้อมูลน่าสนใจ มณฑปพระอาจารย์ธรรมโชติ อุโบสถพระอาจารย์ธรรมโชติ วิหารพระอาจารย์ธรรมโชติ ศาลาหลวงปู่ธรรมโชติ พระพุทธรูปปางห้ามสมุทร (สำริด) สมัยอยุธยาตอนต้น
การเดินทาง อยู่ห่างจากตัวเมืองสุพรรณบุรีขึ้นไปทางทิศเหนือ ประมาณ 51 กิโลเมตร ไปตามทางหลวงหมายเลข 340 กิโลเมตรที่ 138-139
แหล่งข้อมูล หนังสือสวดมนต์และประวัติอาจารย์ธรรมโชติ ชุดที่ 3
Updated2014-09-12 11:20:14

Tags: วัดเขานางบวช วัดเขาขึ้น


เพื่อเป็นวิทยาทานแก่เพื่อนๆพี่ๆน้องๆที่แวะเข้ามาเว็บไซต์แห่งนี้ หากข้อมูลราคาสินค้ามีการเปลี่ยนแปลงที่เป็นปัจจุบัน หรือท่านได้ทดลอง ทดสอบ หรือใช้งานสินค้า โปรด Review ข้อมูลสินค้าเพิ่มเติมด้วยจักเป็นวิทยาทานอย่างมากเลยครับ

เพราะเราไม่ได้แสวงหากำไร รายได้ต่างๆมาจากเพื่อนๆพี่ๆน้องๆที่แวะเข้ามาสนับสนุนเรา

หมายเหตุ : ข้อมูลส่วนประกอบผลิตภัณฑ์ได้มาจากฉลากผลิตภัณฑ์ เอกสารกำกับยา อาจมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลฉลากและเอกสารจากผู้ผลิต/ผู้จำหน่าย
จึงควรตรวจสอบอีกครั้งกับฉลากและเอกสารจากผู้ผลิต/ผู้จำหน่าย

ท่านสามารตรวจสอบเลขจดแจ้งเครื่องสำอาง จาก อย. ได้ที่นี่

วัดเขานางบวช (วัดเขาขึ้น) reviews

Be the first to write a review of this product!