ยาคุมฉุกเฉิน...กินผิดวิธี มีโอกาสตั้งครรภ์

ยาคุมฉุกเฉิน เราคงเคยได้ยินว่าผู้หญิงที่รับประทาน ยาคุมฉุกเฉิน ก็ยังมีโอกาสที่จะตั้งครรภ์ได้ ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร เราจะได้มาติดตามกัน... ยาคุมฉุกเฉิน หรือ ยาคุมกำเนิดหลังมีเพศสัมพันธ์ (Emergency Contraception หรือ Morning After Pill) เป็นยาคุมกำเนิดที่มีข้อบ่งใช้ทางการแพทย์ในหญิงที่เสี่ยงต่อการตั้งครรภ์โดยไม่ต้องการเท่านั้น เช่น ถูกข่มขืน มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ตั้งใจ ไม่เต็มใจ หรือมีความผิดพลาดจากวิธีการคุมกำเนิดที่ใช้อยู่ โดยไม่แนะนำให้ใช้เป็นวิธีหลักในการคุมกำเนิด

 ยาคุมฉุกเฉินนั้นมีทั้งที่เป็นแบบฮอร์โมนผสม และแบบที่มีฮอร์โมนเดี่ยว โดยมีวิธีการกินที่เหมือนกันคือ ต้องกิน 2 ครั้งครั้งแรกภายในเวลา 72 ชั่วโมงหลังจากมีเพศสัมพันธ์ ครั้งที่สอง กินหลังจากที่กินครั้งแรกไปแล้ว 12 ชั่วโมง โดยสำหรับประเทศไทย จะนิยมใช้ในรูปแบบที่เป็นฮอร์โมนเดี่ยวมากกว่า คือ เป็นยาที่ประกอบด้วย เลโวนอร์เจสเทริล (Levonorgestrel) 0.75 มิลลิกรัมโดยบรรจุ 2 เม็ดในกล่อง
ยาคุมฉุกเฉิน

กลไกการออกฤทธิ์ของยาจะไปขัดขวางการตกไข่ ทำให้น้ำเมือกบริเวณปากมดลูก(Cervical mucus) มีความเหนียวข้นขึ้น และทำให้สภาพของผนังของโพรงมดลูกไม่เหมาะสมกับการฝังตัวของไข่ ซึ่งทั้งหมดนี้ทำให้สามารถป้องกันการตั้งครรภ์ได้ แต่ทั้งนี้จะต้องกินยาภายใน 72 ชั่วโมงหลังจากมีเพศสัมพันธ์เท่านั้น เพราะหลังจากนี้ไข่ที่ได้รับการผสมแล้วจะฝังตัวซึ่งยาจะไร้ผล

ถึงแม้ว่าจะกินยาภายใน 72 ชั่วโมง ก็สามารถป้องกันการตั้งครรภ์ได้ประมาณ 75-89% เท่านั้น เมื่อเทียบกับการกินยาคุมแบบธรรมดา(95-99%) นอกจากนี้ยังขึ้นกับเวลาที่ได้รับยาเม็ดแรกด้วย โดยช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดคือในช่วง 12 ชั่วโมงแรกหลังจากมีเพศสัมพันธ์ ซึ่งช่วงเวลาหลังจากนี้ก็จะมีโอกาสตั้งครรภ์สูงขึ้นเรื่อยๆ

ปริมาณของตัวยาเลโวนอร์เจสเทริลในยาคุมฉุกเฉินนี้จะมีปริมาณสูงกว่าปริมาณที่ใช้ในยาคุมแบบธรรมดาถึง 5 เท่า จึงมีข้อห้ามใช้เกินกว่า 2 ครั้ง/เดือน และควรใช้เฉพาะกรณีฉุกเฉินจริงๆ เท่านั้น ยานี้มักก่อให้เกิดอาการข้างเคียงหลายอย่าง ที่พบบ่อย คือ คลื่นไส้อาเจียน เหนื่อย เจ็บหรือคัดเต้านม ปวดศีรษะ ปวดท้อง เวียนศีรษะ ซึ่งอาการเหล่านี้มักจะหายได้เองใน 1-2 วัน ซึ่งหากอาเจียนภายใน 2 ชั่วโมงหลังจากกินยา ก็ควรที่จะปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรว่าควรที่จะได้รับยานี้ซ้ำหรือไม่... อย่างไร....
อีกปัจจัยหนึ่งที่มีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าการกินยาที่ถูกเวลา และถูกวิธี คือ การซื้อยาจากร้านยาที่น่าเชื่อถือ มีเภสัชกรแนะนำ มีการเก็บรักษายาที่ดี เนื่องจากยาคุมฉุกเฉินนี้เป็นยาที่ไวต่อความร้อน แสงแดด และความชื้น จึงต้องมีการเก็บรักษาที่ดี และที่สำคัญคือจะต้องมีเภสัชกรที่จะสามารถให้คำปรึกษาที่ถูกต้องแก่เรา

ภก.ทรงศักดิ์ วิมลกิตติพงศ์
สำนักงานโครงการพัฒนาร้านยา กองควบคุมยา