ว่าด้วยฉลากยา
มีอะไรในฉลากยา ฉลากยามีส่วนประกอบสำคัญที่ต้องทราบดังนี้
- วันที่ได้รับยา ซึ่งบอกได้ถึงความเป็นปัจจุบันของยาและฉลากยา รวมไปถึงสามารถบอกอายุยาได้ในกรณีที่ได้รับยาเม็ดเปลือย ส่วนใหญ่จะกำหนดให้ยามีอายุหลังบรรจุประมาณ 1 ปี
- ชื่อ-นามสกุลผู้ป่วย
- ชื่อยา อาจเป็นชื่อสามัญทางยา เช่น พาราเซตามอล แอสไพริน หรือชื่อทางการค้า เช่น ซาร่า ไทลินอล เป็นต้น โดยการระบุชื่อยานั้นมักจะมีการระบุความแรงของยาด้วย เนื่องจากยาส่วนใหญ่จะมีหลายความแรง เช่น พาราเซตามอล 500 มิลลิกรัม, พาราเซตามอล 525 มิลลิกรัม เป็นต้น
- จำนวนยา ซึ่งเมื่อได้รับยาทุกครั้งควรตรวจสอบจำนวนยาให้พอกับจำนวนวันที่แพทย์นัด ในกรณ๊ที่ต้องใช้ยานั้นอย่างต่อเนื่อง เช่น ยาลดความดันโลหิต ยาเบาหวาน
- วิธีใช้ยา เป็นส่วนที่จะอธิบายวิธีการใช้ยา เช่น รับประทานครั้งละ 1 เม็ด วันละ 3 ครั้ง ก่อนอาหารเช้า กลางวัน เย็น หรือฉีดให้ผิวหนังวันละ 2 ครั้ง ก่อนอาหารเช้า 10 ยูนิต ก่อนอาหารเย็น 6 ยูนิต เป็นต้น
- ข้อบ่งใช้ของยา เป็นการบ่งบอกสรรพคุณของยา เช่น ลดความดันโลหิต ยาลดระดับน้ำตาลในเลือด ยาแก้ปวด/ลดไข้ ยาปฏิชีวนะ เป็นต้น
- ฉลากช่วย จะแสดงคำแนะนำ หรือถึงหนึ่งชั่วโมง คำเตือนที่จำเป็นในการใช้ยาเช่น เขย่าขวดก่อนใช้ ยาใช้เฉพาะที่ ยาใช้ภายนอก กินยานี้ติดต่อกันทุกวันจนยาหมด กินยานี้ตอนท้องว่างก่อนอาหารครึ่งถึงหนึ่งชั่วโมง ยานี้อาจทำให้ง่วงนอน รวมทั้งการเก็บรักษา เช่น เก็บในที่เย็น ให้พ้นแสง เป็นต้น
- ชื่อที่ตั้งและหมายเลขโทรศัพท์ของสถานที่จ่ายยา อาจมีชื่อแพทย์หรือเภสัชกรผู้จ่ายยา เพื่อติดต่อในกรณีเกิดข้อสงสัยในการใช้ยา หรือเกิดเหตุฉุกเฉินกับผู้ป่วย

นอกจากฉลากยาแล้วผู้ป่วยสามารถหาข้อมูลยาที่ได้รับจากเอกสารกำกับยา ซึ่งอาจอยู่ข้างกล่องยา หรือเอกสารภายในกล่องยา ซึ่งพระราชบัญญัติยา พ.ศ.2510 กำหนดให้ฉลากยาและเอกสารกำกับยาต้องมีข้อมูลดังนี้
- ชื่อยา พาราเซตามอล แอสไพริน เป็นต้น
- เลขทะเบียนตำรับยา มักจะมีคำว่า Reg.No หรือ เลขทะเบียนที่ หรือทะเบียนยา
- ปริมาณหรือขนาดบรรจุยา เช่น ยาเม็ด จะต้องแจ้งขนาดบรรจุไว้ในฉลากด้วยว่า ยาบรรจุภัณฑ์นั้นบรรจุยากี่เม็ด
- เลขที่ หรืออักษรแสดงครั้งที่ผลิตหรือวิเคราะห์ ซึ่งมักใช้คำย่อเป็นภาาาอังกฤษ เช่น Lot No., Cont.No., Batch No., หรือ L, C, L/C, B/C แล้วตามด้วยเลขแสดงครั้งที่ผลิต
- ชื่อและที่ตั้งของผู้ผลิต
- วันเดือนปีที่ผลิตยา มักมีคำภาษาอังกฤษ Mfd. หรือ Mfg date. แล้วตามด้วย วันเดือนปีที่ผลิต หากยานั้นผลิตมานานเกิน 5 ปี ก็ไม่ควรนำมารับประทาน ปัจจุบัน มีการกำหนดให้ยาทุกประเภทต้องระบุวันสิ้นอายุยา โดยมีคำย่อว่า Exp.Date ซึ่งย่อมาจาก Expiration Date แล้วตามด้วยวันเดือนปีที่ยานั้นหมดอายุ
- คำว่า "ยาอันตราย" "ยาควบคุมพิเศษ" "ยาใช้เฉพาะที่" หรือ "ยาใช้ภายนอก" แล้วแต่กรณีว่ายานั้นเป็นยาอันตราย ยาควบคุมพิเศษ ยาใช้เฉพาะที่ หรือยาใช้ภายนนอก ซึ่งจะเขียนด้วยอักษรสีแดงอ่านได้ชัดเจน
- วิธีใช้และคำเตือน
บรรณานุกรม: มังกร ประพันธ์วัฒนะ. สาระ-ปัน-ยา 3. นนทบุรี. สภาเภสัชกรรม. 2555.