มีอะไรในฉลากยา ฉลากยามีส่วนประกอบสำคัญที่ต้องทราบดังนี้

  1. วันที่ได้รับยา ซึ่งบอกได้ถึงความเป็นปัจจุบันของยาและฉลากยา รวมไปถึงสามารถบอกอายุยาได้ในกรณีที่ได้รับยาเม็ดเปลือย ส่วนใหญ่จะกำหนดให้ยามีอายุหลังบรรจุประมาณ 1 ปี
  2. ชื่อ-นามสกุลผู้ป่วย
  3. ชื่อยา อาจเป็นชื่อสามัญทางยา เช่น พาราเซตามอล แอสไพริน หรือชื่อทางการค้า เช่น ซาร่า ไทลินอล เป็นต้น โดยการระบุชื่อยานั้นมักจะมีการระบุความแรงของยาด้วย เนื่องจากยาส่วนใหญ่จะมีหลายความแรง เช่น พาราเซตามอล 500 มิลลิกรัม, พาราเซตามอล 525 มิลลิกรัม เป็นต้น
  4. จำนวนยา ซึ่งเมื่อได้รับยาทุกครั้งควรตรวจสอบจำนวนยาให้พอกับจำนวนวันที่แพทย์นัด ในกรณ๊ที่ต้องใช้ยานั้นอย่างต่อเนื่อง เช่น ยาลดความดันโลหิต ยาเบาหวาน
  5. วิธีใช้ยา เป็นส่วนที่จะอธิบายวิธีการใช้ยา เช่น รับประทานครั้งละ 1 เม็ด วันละ 3 ครั้ง ก่อนอาหารเช้า กลางวัน เย็น หรือฉีดให้ผิวหนังวันละ 2 ครั้ง ก่อนอาหารเช้า 10 ยูนิต ก่อนอาหารเย็น 6 ยูนิต เป็นต้น
  6. ข้อบ่งใช้ของยา เป็นการบ่งบอกสรรพคุณของยา เช่น ลดความดันโลหิต ยาลดระดับน้ำตาลในเลือด ยาแก้ปวด/ลดไข้ ยาปฏิชีวนะ เป็นต้น
  7. ฉลากช่วย จะแสดงคำแนะนำ หรือถึงหนึ่งชั่วโมง คำเตือนที่จำเป็นในการใช้ยาเช่น เขย่าขวดก่อนใช้ ยาใช้เฉพาะที่ ยาใช้ภายนอก กินยานี้ติดต่อกันทุกวันจนยาหมด กินยานี้ตอนท้องว่างก่อนอาหารครึ่งถึงหนึ่งชั่วโมง ยานี้อาจทำให้ง่วงนอน รวมทั้งการเก็บรักษา เช่น เก็บในที่เย็น ให้พ้นแสง เป็นต้น
  8. ชื่อที่ตั้งและหมายเลขโทรศัพท์ของสถานที่จ่ายยา อาจมีชื่อแพทย์หรือเภสัชกรผู้จ่ายยา เพื่อติดต่อในกรณีเกิดข้อสงสัยในการใช้ยา หรือเกิดเหตุฉุกเฉินกับผู้ป่วย

    ตัวอย่างฉลากยา


ตัวอย่างฉลากยาตัวอย่างฉลากยา

นอกจากฉลากยาแล้วผู้ป่วยสามารถหาข้อมูลยาที่ได้รับจากเอกสารกำกับยา ซึ่งอาจอยู่ข้างกล่องยา หรือเอกสารภายในกล่องยา ซึ่งพระราชบัญญัติยา พ.ศ.2510 กำหนดให้ฉลากยาและเอกสารกำกับยาต้องมีข้อมูลดังนี้
  1. ชื่อยา พาราเซตามอล แอสไพริน เป็นต้น
  2. เลขทะเบียนตำรับยา มักจะมีคำว่า Reg.No หรือ เลขทะเบียนที่ หรือทะเบียนยา
  3. ปริมาณหรือขนาดบรรจุยา เช่น ยาเม็ด จะต้องแจ้งขนาดบรรจุไว้ในฉลากด้วยว่า ยาบรรจุภัณฑ์นั้นบรรจุยากี่เม็ด
  4. เลขที่ หรืออักษรแสดงครั้งที่ผลิตหรือวิเคราะห์ ซึ่งมักใช้คำย่อเป็นภาาาอังกฤษ เช่น Lot No., Cont.No., Batch No., หรือ L, C, L/C, B/C แล้วตามด้วยเลขแสดงครั้งที่ผลิต
  5. ชื่อและที่ตั้งของผู้ผลิต
  6. วันเดือนปีที่ผลิตยา มักมีคำภาษาอังกฤษ Mfd. หรือ Mfg date. แล้วตามด้วย วันเดือนปีที่ผลิต หากยานั้นผลิตมานานเกิน 5 ปี ก็ไม่ควรนำมารับประทาน ปัจจุบัน มีการกำหนดให้ยาทุกประเภทต้องระบุวันสิ้นอายุยา โดยมีคำย่อว่า Exp.Date ซึ่งย่อมาจาก Expiration Date แล้วตามด้วยวันเดือนปีที่ยานั้นหมดอายุ
  7. คำว่า "ยาอันตราย" "ยาควบคุมพิเศษ" "ยาใช้เฉพาะที่" หรือ "ยาใช้ภายนอก" แล้วแต่กรณีว่ายานั้นเป็นยาอันตราย ยาควบคุมพิเศษ ยาใช้เฉพาะที่ หรือยาใช้ภายนนอก ซึ่งจะเขียนด้วยอักษรสีแดงอ่านได้ชัดเจน
  8. วิธีใช้และคำเตือน


บรรณานุกรม: มังกร ประพันธ์วัฒนะ. สาระ-ปัน-ยา 3. นนทบุรี. สภาเภสัชกรรม. 2555.