Catalog
Search
Blog / News
3 พฤษภาคม 2553
27 กันยายน 2552
27 กันยายน 2552
18 กันยายน 2552
18 กันยายน 2552
Subscribe for email newsletter (blog):
or RSS 2.0
Survey
  D7    M 150    กาแฟ    ข้อมูลอ้างอิง    ครีมบำรุงผิว    ครีมย้อมผม    ครีมเทียม    คอมฟอร์ท    คอลเกต    จิตรดา    ชวาร์สคอฟ    ชีวาส รีกัล    ชเวปส์    ดรัมเมอร์    ดอยตุง    ทิปโก้    นมข้นหวาน    นมยูเอชที    นมแพะ.ศิริชัย    นีเวีย    น้ำผลไม้    น้ำผักผลไม้    น้ำยาปรับผ้านุ่ม    ยาสีฟัน    ยูนิฟ    ริกลี่ย์    ลูกอม    วิตามินบี 1    วีต้า    สบู่    สาหร่ายอบ    สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์    หมากฝรั่ง    อะมิโน พลัส    เขาช่อง    เซ็ปเป้    เถ้าแก่น้อย    เมอริเดียน    เหล้า    แก้อาการเมา    แคร์    แบนด์    แบนเนอร์    แป้งเด็ก    แม่โขง    แสงโสมเหรียญทอง    แอคทีเวีย    แฮง    โซดา    โทนิค  
 
เว็บไซต์นี้ได้รับการจดทะเบียน
พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์
กับทางกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
กระทรวงพาณิชย์
เลขทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์
3100904403592
Viewed Best With - 1024 x 768

web counter

Blog / News RSS 2.0

ผลิตภัณฑ์จากใยกัญชง

ผลิตภัณฑ์จากใยกัญชง
กัญชง ตามกฎหมายจัดเป็นพืชเสพติด ประเภทที่ 5 จำพวกเดียวกับกัญชา ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 แม้จะมีลักษณะคล้ายกันเพราะเกิดจากพืชชนิดเดียวกัน แต่การนำไปใช้งานหรือใช้ประโยชน์นั้นแตกต่างกันสิ้นเชิง กัญชา คือ พืชเสพติด ส่วน กัญชง คือ พืชเศรษฐกิจตัวใหม่ที่กำลังได้รับความนิยม
กัญชงและกัญชา มีชื่อทางพฤกษศาสตร์เดียวกันคือ Cannabis sativa L. เพราะมีต้นกำเนิดมาจากพืชชนิดเดียวกัน ลักษณะภายนอกชองพืชทั้งสองชนิดนั้นมีความแตกต่างกันน้อยมากจนยากที่จะจำแนก แต่จากการที่พืชทั้งสองชนิดนี้มีการใช้ประโยชน์มาเป็นระยะยาวนาน จึงทำให้มีการคัดเลือกพันธุ์เพื่อให้ได้สายพันธุ์ที่มีคุณสมบัติดีและเหมาะสมที่สุดตรงตามวัตถุประสงค์ของการใช้ประโยชน์จึงมีความแตกต่างกันชัดเจนมากขึ้นระหว่างต้นกัญชาที่เป็นยาเสพติดและกัญชงที่ใช้เป็นพืชเส้นใยในปัจจุบัน

กัญชง-กัญชา เป็นพืชเดิมที่ขึ้นอยู่ในเขตอบอุ่นของทวีปเอเซีย สันนิษฐานว่ามีการกระจายพันธุ์เป็นบริเวณกว้างอยู่ทางตอนกลางของทวีป ได้แก่พื้นที่ทางตอนใต้ของแคว้นไซบีเรีย ประเทศเปอร์เซียทางตอนเหนือของประเทศอินเดียบริเวณแคว้นแคชเมียร์ เชิงเขาหิมาลัย และประเทศจีน เป็นพืชที่ได้รับการบันทึกไว้ในเอกสารเก่าหลายเล่มว่ามีการปลูกใช้ประโยชน์เป็นพืชเส้นใยและปลูกเป็นพืชเสพติดมาแต่ดึกดำบรรพ์

ประโยชน์จากเส้นใยของกัญชง
เส้นใยกัญชาเป็นเส้นใยที่มีคุณภาพสูง มีความยืดหยุ่น แข็งแรง และทนทานสูงสามารถใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตผลิตภัณฑ์จากเส้นใยได้กว่า 5,000 ชนิด อย่างไรก็ตามตลาดหลักของเส้นใยกัญชงในปัจจุบันนี้มีอยู่ 2 ตลาดใหญ่คือ ใช้เป็นวัตุดิบในการผลิตเส้นใยใช้ในการทำเสื้อผ้าและทำเยื่อกระดาษ
ถึงแม้ว่าเส้นใยกัญชงจะทำให้ผ้ามีรอยย่นหรือเกิดรอยยับได้ง่าย แต่ลักษณะของเส้นใยของเส้นใยที่สามารถลอกออกเป็นชั้นๆคล้ายหัวหอมแต่เป็นใยยาว สามารถนำมาพัฒนาผลิตเป้นผ้าที่บางได้เท่าที่ต้องการและยังสามารถซักด้วยเครื่องซักผ้าได้ โครงสร้างของเส้นใยทำให้ผ้าที่ได้สวมใส่เย็นสบายในฤดูร้อน อบอุ่นและสบายในฤดูหนาว และคุณสมบัติของเส้นใยที่แข็งแรงกว่าผ้าฝ้ายทำให้ดูดซับความชื้นได้ดีกว่าไนลอน อบอุ่นกว่าลินิน ทำให้มีความเบาสวมใส่สบาย ซึ่งเป็นจุดที่ทำให้เส้นใยกัญชงเริ่มเข้ามาเป็นคู่แข่งที่สำคัญในตลาดเส้นใยธรรมชาติและจะทวีความสำคัญมากยิ่งขึ้นอีกในอนาคต แต่ยังไม่มีปริมาณเพียงพอกับความต้องการของตลาดโลก

ต้นกัญชง

 
เส้นใยกัญชง เส้นใยกัญชง

 

 

 

ไม้เทพทาโรแกะสลัก

ไม้เทพทาโรแกะสลัก
ไม้เทพทาโร ไม้พื้นบ้านของตรังเชื่อกันว่าเป็นไม้มงคลมีกลิ่นหอม เหมาะสำหรับประดับคู่บ้านคู่เมือง จึงนิยมนำมาแกะสลักเป็นพระพุทธรูปและรูปสัตว์ต่างๆ เปลือกไม้นำไปเป็นเครื่องกำยานในศาลเจ้า ผลิตกันมากในแถบ อ.ห้วยยอด จ.ตรัง ศูนย์ผลิตภัณฑ์ไม้เทพทาโร มีประธานกลุ่มชื่อ อ.สุภาพ พลการ มีสมาชิกของกลุ่ม 38 คน (2552) / มาตราฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน (มผช.365/2547)

เทพทาโร Taptaaro
ชื่อวิทยาศาสตร์ :
Cinnamomun parthenoxylon Meissn.
ชื่อวงศ์ : LAURACEAE
ชื่ออื่นๆ : จวง จวงหอม (ภาคใต้) จะไคต้น จะไคหอม (ภาคเหนือ) ปูต้น ตะไคร้ต้น (อีสาน) มือแดกะมางิง (มาลายู) อบเชยจีน

ลักษณะทั่วไป เทพทาโรเป็นไม้ยืนต้น ผลัดใบ ลำต้นขนาดใหญ่สูง 10-30 เมตร
ใบ เป็นใบเดี่ยว รูปไข่ยาวหรือขอบขนาน ปลายและโคนแหลม เส้นใบตามยาว 3 เส้น ลึกชัด ดกหนาทึบ เปลือกต้นเรียบ สีเทาอมเขียวหรือสีน้ำตาลคล้ำ เนื้อไม้สีขาวแก่นสีน้ำตาล หอมฉุน กลีบเหมือนการบูร
ดอก มีลักษณะสีขาวออกเหลือง
การขยายพันธ์ โดยการใช้เมล็ด

ประโยชน์ ใบ เรียกว่าใบกระจาน ใช้ทำเครื่องเทศขับลม บำรุงธาตุ แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ เนื้อไม้ แก้ลมจุกเสียด แน่นเฟ้อ ขับลมในกระเพาะอาหารและลำไส้ แก้ปวดท้อง

ผลิตภัณฑ์ไม้เทพทาโร

ภาพจาก : www.yellojelly.net

ผลิตภัณฑ์ไม้เทพทาโร

ภาพจาก : www.yellojelly.net

ต้นไม้เทพทาโร

ภาพจาก : www.yellojelly.net

 

 

อัญมณีสิริมงคล

อัญมณีสิริมงคล

หินโมรา (Agate)
หินอะเกตหรือโมรา เป็นหินจำพวกควอทซ์ที่มีความแกร่งมากมีลวดลายสาวยงามเป็นชั้นๆ เป็นอัญมณีแห่งสายน้ำมีหลายสี เช่น ดำ เขียว แดง ส้ม ขาว ฟ้า ฟ้าอมเทา เป็นหินที่มีหลายสีมีลายหลากหลายทั้งความทึบใสต่างกัน คนไทยนิยมสีดำและแดง โมราถือเป็นเครื่องรางช่วยป้องกันอันตรายและนำโชคของชาวอียิปต์โบราณ ถ้านำมากำไว้จะช่วยลดความโกรธความเครียดทำให้จิตใจสงบ จากนั้นจึงนำหินไปล้างชำระล้างความไม่ดีต่างๆทิ้งไป นอกจากนั้นถ้านำมาวางไว้บนหัวเตียงจะช่วยสร้างภูมิคุ้มกันโรคให้กับร่างกายและยังเชื่อว่าสามารถช่วยเสริมสมรรถภาพพลังทางเพศได้อีกด้วย

โมราเป็นตัวแทนทรัพย์สิน เพิ่มความมั่งคั่ง ร่ำรวย เสริมความเจริญรุ่งเรื่องด้านธุรกิจและชีวิตส่วนตัว

Agate

 

 

จกเมืองลองของดีเมืองแป้

จกเมืองลองของดีเมืองแป้

วิถีชีวิตของสังคมชนบท มีรูปแบบความเป็นอยู่ที่เรียบง่าย เสรีจาการทำงานหลักๆ ชายตีเหล็ก หญิงทอผ้า เป็นเรื่องปกติของชาวบ้าน ลูกผู้หญิงจะได้รับการฝึกหัดงานทอผ้าตั้งแต่ยังเล็กๆ วิธีการก็เป็นไปตามธรรมชาติอาศัยการดูวิธีทอผ้าบ่อยๆ จากนั้นจึงจะฝึกการทอกับผู้ใหญ่ที่มีความชำนาญในการทอผ้า เมื่อย่างเข้าสู่วัยรุ่นหญิงสาวทุกคนต้องเตรียมตัวไว้สำหรับการออกเรือน ทุกคนต้องทอผ้าใช้เองในพิธีแต่งงาน เช่นเครื่องแต่งกายในพิธีแต่งงาน ผ้าที่ต้องใช้ในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะผ้าที่ใช้เป็นชุดแต่งงานจะได้รับการทอเป็นพิเศษสุดฝีมือของผู้ทอเอง ฝ่ายชายเองก็ต้องมีฝีมือในการจักสานเครื่องใช้ไม้สอยต่างๆ

 ประเพณีการทอผ้าของหญิงสาวเป็นการสืบทอดมรดกทางปัญญา นับเป็นคุณสมบัติของความเป็นลูกผู้หญิง สิ่งหนึ่งที่น่าสังเกตผ้าที่ทออย่างสวยงามนั้นเป็นฝีมือที่ทอกันในวันสาว เพราะงานทอผ้าเป็นงานละเอียดอ่อนต้องใช้สายตาเป็นอย่างมาก ดังนั้นเมื่ออย่างเข้าสู่ปัจฉิมวัยการทอผ้าจึงลดน้อยลง ส่วนใหญ่ผ้าที่ผู้เฒ่าผู้แก่ใช้ลูกหลายจะเป็นผู้ทอมาให้ในโอกาสต่างๆ เพราะการทอผ้าบางผืนต้องอาศัยเวลาเป็นหลัก บางผืนใช้เวลาทอเป็นปีกว่าจะเสร็จเพราะกลางคืนปั่นฝ้ายกลางวันทอ ไม่นิยมทอผ้าในฤดูฝนเพราะเส้นยืนจะหนืดหวีไม่ไป เพราะความชื้นในอากาศ

ที่สำคัญการทอผ้าไทยอาศัยหลักของความจำและความชำนาญเป็นสำคัญผู้ทอต้องอาศัยวิธีจดจำเป็นหลักไม่มีการบันทึกเป็นเอกสารไว้เลย ดังนั้นลวดลายจึงมีข้อแตกต่างกันมากไม่คงรูปแบบตายตัวเพราะอาศัยหลักจากการจดจำไปทอ วิธีการย้อมฝ้ายก็ใช้วัสดุจากธรรมชาติที่ได้จากพืชทำให้มีเพียงไม่กี่สี แต่ในปัจจุบันนิยมสั่งด้ายสำเร็จรูปมาทอผ้าเป็นส่วนใหญ่

 ลวดลายในผ้าจกใช่ว่าจะทอกันได้ง่ายๆ ต้องอาศัยความใจเย็นในความละเอียดอ่อนของช่างแกะลายที่จะผูกลายให้สวยงาม ในขณะเดียวกันต้องเป็นคนช่างสังเกตโดยเฉพาะในส่วนลวดลายที่ละเอียดของการทอผ้าจกเพราะจุดนี้สามารถที่จะนำไปพัฒนาแก้ไขในส่วนต่างๆ ของการทอผ้าจก หลักการแกะลายแบบยกเขาจะต้องอาศัยเส้นยืนเป็นหลักในจำนวนที่เท่ากันของทุกๆลวดลายที่จะผูกเอาไว้ในผืนจกผืนเดียวกันซึ่งต้องจกล้วงตามขวางของเส้นยืนจึงจะเกิดลวดลาย ดังตัวอย่างที่นำเสนอไว้ด้านล่างนี้

 ลวดลายในผ้าจก

การทอผ้าจกในอดีตนิยมทอกันเพียงไม่กี่ลายในผ้าจกผืนเดียวกัน อย่างมากก็มีเพียง 4 แถวเท่านั้นเป็นอย่างมาก การทอผ้าจกในปัจจุบัน (ข้อมูลปี พ.ศ. 2542) เป็นการเอาใจตลาดหรือกลุ่มพ่อค้าแม่ขายผ้าพื้นเมือง จะมีการผูกลายขึ้นมากมายจนไม่สามารถที่จะแยกว่าตรงไหนเป็นลายหลักตรงไหนเป็นลายประกอบ  

การกำหนดลวดลาย

การกำหนดลวดลายได้ถูกจัดไว้เพียง 2 กลุ่มใหญ่ได้แก่ ลายหลักและลายประกอบ

ผ้าจก

 ลายหลักมีดังนี้ (เพียงบางส่วน)

ลายดอกเซีย
ลายกาบดอกแก้ว
ลายโก้งเก้งซ้อนเซีย
ลายหักนกคู่
ลายขอไล่
ลายขอหัก
ลายสำเภาลอยน้ำ
ลายหม่าขนัด
ลายหัวใจ
ลายขามดแดง

ลายกาบ
ลายโก้งเก้ง
ลายโก้งเก้งซ้อนนกคู่
ลายหักหงส์คู่
ลายขอผักกูด
ลายกาบซ้อนหัก
ลายโคมและช่อน้อยตุงชัย
ลายจันแปดกลีบ
ลายข้าวพันก้อน

 ลายประกอบมีดังนี้

ลายดอกตะล่อม 
ลายขอ  
ลายขอประแจ 
ลายผักกูด  
ลายสะเปา  
ลายหงษ์คู่  
ลายงูห้อยซ้าว 
ลายนกเข้าโฮ้ง 
ลายขอนกเรียง

ลายดอกตะล่อมเครือ
ลายขอเหลียว
ลายงวงน้ำคุ
ลายผักแว่น
ลายมะลิเลื้อย
ลายนกคู่กินน้ำฮ่วมต้น
ลายกาบหมาก
ลายขอดาว
ลายขากำปุ้ง

 บรรณานุกรม

มหาวิทยาลัยศิลปากร. (2542). จกเมืองลองของดีเมืองแป้. หน้า 61-63. กรุงเทพฯ: บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน).

 "ผ้าตีนจก" เป็นผ้าทอของชาวบ้านที่ทอขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนำไปเป็นเชิงผ้าถุง หรือซิ่นซึ่งมีลวดลายที่สวยงาม แสดงถึงฐานะของผู้สวมใส่ คำว่า "ตีนจก" ซึ่ง "ตีน" หมายถึงเชิงของผ้าถุง "จก" หมายถึงการล้วง จึงมีความหมายรวมกันว่า การทอเชิงผ้าถุงโดยใช้วิธีการล้วงด้ายเพื่อให้ได้ลวดลายตามที่ต้องการ เมื่อนำมาต่อกับผ้าถุง จึงเรียกว่า "ซิ่นตีนจก"การทอผ้าตีนจกเมืองลอง จังหวัดแพร่ ในการแต่งกายของชาวเมืองลอง ยังปรากฎมานานนับร้อยปี หลักฐานนี้คือภาพจิตรกรรมฝาผนังที่วัดเวียงต้า ตำบลเวียงต้า อำเภอลอง ฝีมือช่างพื้นบ้านที่มีความงามไม่น้อยไปกว่าภาพจิตรกรรมฝาผนังในวิหารวัดภูมินทร์ จังหวัดน่าน จิตรกรรมเวียงต้าเป็นภาพวิถีชีวิตความเชื่อการแต่งการของชาวบ้านเวียงต้า ซึ่งเป็นคนเมืองลองในยุคนั้น ในปัจจุบันผ้าตีนจกเมืองลอง ได้กลับมาอยู่ในความนิยมของประชาชน สร้างชื่อเสียงให้กับอำเภอลอง และจังหวัดแพร่ ช่างทอตีนจกจากเมืองลอง ได้รับการยกย่องให้เป็นผู้มีผลงานทางด้านวัฒนธรรมดีเด่นในระดับประเทศในปี พ.ศ. 2537 และผ้าทอตีนจกได้เข้ามาเกี่ยวข้องกับชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านในเมืองลองมากขึ้น เป็นทรัพยากรทางวัฒนธรรมที่สำคัญในท้องถิ่นที่ควรอนุกรักษ์ไว้

 

 

 แหล่งข้อมูล : www.thaitambon.com

 

สารอาหารเชิงป้องกันเพื่อผู้สูงวัย

ปัญหาโภชนาการของผู้สูงอายุนั้นคงจะเป็นสิ่งที่พบได้ในทุกๆสังคม ทั้งนี้เพราะเมื่อพิจารณา ต้นเหตุอันเกิดจากวัยแล้ว การทานอาหารที่ลดลงหรือการเลือกอาหารเฉพาะที่ตนเองชอบในผู้สูงวัย ก็อาจจะเป็นสาเหตุหนึ่งที่นำมาซึ่งปัญหาการพร่องโภชนาการได้ นอกจากนี้ยังมีเรื่องของปัจจัยอันเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงทั้งทางร่างกายและจิตใจร่วมด้วย เช่นความเจ็บป่วยทางร่างกายการบาดเจ็บระบบการทำงานที่ลดลง หรือแม้แต่ความเครียดหรือภาวะซึมเศร้า ก็จะยิ่งเพิ่มความรุนแรงของภาวะทุพโภชนาการของผู้สูงวัยได้ ดังนั้น การมองหาสารอาหารอื่นๆ เข้ามาทดแทนจึงมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อการลดปัญหาที่เกิดขึ้น และยังช่วยส่งเสริม ให้ระบบการทำงานของผู้สูงวัยดีขึ้นด้วย สารอาหารที่เหมาะสมสำหรับผู้สูงวัยอาทิเช่น

1.เส้นใยอาหาร ผู้สูงวัยจำเป็นจะต้องรับประทานอาหารที่มีเส้นใยในปริมาณสูงโดยอาจได้จาก กากใยที่อยู่ในผัก ผลไม้ไฟเบอร์จาก OatBran,PsylliumSeedHusk เส้นใยเหล่านี้สามารถช่วยบรรเทาอาการ ท้องผูกที่เกี่ยวข้อง กับอาการอึดอัดไม่สบายท้องซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของการเบื่ออาหารตามมาได้ นอกจากนี้ยังพบว่า การรับประทานไฟเบอร์ เป็นประจำยังช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ รวมถึงยังช่วยลดระดับ ไขมันในร่างกายได้อีกด้วย

2.แคลเซียมและแมกนีเซียม  แร่ธาตุทั้งสองนี้ต่างเป็นแร่ธาตุหลักที่ร่างกายต้องการอย่างมากเนื่องจาก แร่ธาตุ ทั้งสองจะทำหน้าที่เป็นโครงสร้างหลักของกระดูกและฟัน ดังนั้นในกรณีของผู้สูงอายุ โดยเฉพาะในสตรีวัยทอง แร่ธาตุทั้งสองจะช่วยสร้างมวลกระดูกให้แข็งแรงมากขึ้น จึงเป็นการช่วยป้องกัน ภาวะกระดูกพรุนของสตรีหลัง หมดประจำเดือนได้ นอกจากนี้แร่ธาตุทั้งสองยังสัมพันธ์กับการลดอาการ ที่เกี่ยวกับ Premenstrual Syndrome ได้แก่ภาวะอารมณ์ ที่แปรปรวนซึมเศร้ากังวลกระวนกระวายเป็นต้น

3.Soy Protein หรือ โปรตีนถั่วเหลือง ซึ่งถือว่าเป็นสารอาหารที่มีประโยชน์ อย่างมากต่อผู้สูงวัย โดยเฉพาะในสตรีวัยทองเนื่องจาก SoyProtein จะให้สารสำคัญในกลุ่ม Phytoestrogen ได้แก่ Isoflavone,Daidzein,GenisteinและLignansโดยปกติPhytoestrogen จะช่วยบรรเทา อาการต่างๆที่เกิดกับสตรีที่หมดประจำเดือนเช่นอาการร้อนวูบวาบ (Hot Flush) อารมณ์ แปรปรวน หงุดหงิดง่าย อาการทางผิวหนังและเยื่อบุบริเวณช่องคลอดที่แห้งและอักเสบ รวมทั้งยังช่วยลดความเสี่ยง ของภาวะกระดูกพรุนและโรคหัวใจขาดเลือดได้ นอกจากนี้โปรตีนถั่วเหลืองยังเป็นโปรตีน ที่มีคุณภาพสูง ซึ่งทำหน้าที่ช่วยคงสภาพมวลกล้ามเนื้อ ที่มีแนวโน้มลีบลงเมื่ออายุมากขึ้น

4.Essential Fatty Acid  ได้แก่น้ำมันที่ให้กรดไขมันจำเป็นในกลุ่มOmega-3และOmega-6 Fatty Acidในผู้สูงอายุ กรดไขมันเหล่านี้จะมีความสำคัญ ต่อกระบวนการทางชีวเคมีระดับเซลล์ ที่จำเป็นต่อการทำงานของระบบต่างๆ ของร่างกายและยังจำเป็นต่อการป้องกันและรักษาโรคต่างๆ เช่นโรคหัวใจและหลอดเลือด โดยกรดไขมันเหล่านี้จะช่วยลดการสะสมของไขมันที่ผนังหลอดเลือด อันเป็นต้นเหตุของความดันโลหิตสูง และโรคหลอดเลือดอุดตัน รวมถึงยังช่วยส่งเสริมการทำงานของสมอง และประสาทอันจำเป็นต่อการเรียนรู้และความจำของผู้สูงอายุ

การให้ความสำคัญกับสารธรรมชาติดังที่กล่าวมานั้น ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ใช้รับมือกับปัญหาทางโภชนาการที่ เกิดขึ้นได้กับ ผู้สูงวัยทุกคน อย่างไรก็ตามปัจจัยข้ออื่นๆ ที่ช่วยส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุนั้นอาทิ การมีสุขภาพจิตที่ดีการออกกำลังกายที่เหมาะสม ตลอดจนความอบอุ่นที่ได้รับจากสมาชิกในครอบครัว ก็จะช่วยผลักดันให้ผู้สูงอายุมีสภาพร่างกายและจิตใจที่แข็งแรงไปอีกนาน

แปลและเรียบเรียงโดย ภญ.นรภัทรปีสิริกานต์

รักษามะเร็งรังไข่ด้วย ขิง

       รายงานจากการประชุมของสมาคมการวิจัยโรคมะเร็งแห่งประเทศสหรัฐอเมริกาล่าสุดพบว่า พืชพื้นเมืองไทยอย่าง ขิง  มีฤทธิ์ฆ่าเซลล์มะเร็งได้  เตรียมวิจัยทำยารักษามะเร็งรังไข่

       นักวิทยาศาสตร์ชาวอเมริกาเชื่อว่าขิงสามารถช่วยรักษาโรคมะเร็งรังไข่ได้  สมทบโดยนักวิจัยจากประเทศอังกฤษ  ซึ่งเชื่อว่าขิงอาจเป็นรูปแบบใหม่ของยาในอนาคตหากได้รับการวิจัยอย่างจริงจัง

       รีเบคก้า  ลิว (Rebecca  Liu) ผู้รายงานการวิจัยครั้งนี้ได้นำเสนอผลการทดลองโดยใช้ขิงผงสำเร็จรูปที่วางขายในร้านทั่วไป  ละลายในสารละลายแล้วทดสอบกับเซลล์มะเร็งรังไข่  พบว่าฤทธิ์ของขิงทำให้เซลล์มะเร็งรังไข่ตาย  และความเผ็ดร้อนของขิงยังช่วยไม่ให้เซลล์ต่อต้านการรักษาอีกด้วย

       การฆ่าเซลล์มะเร็งนั้นทำได้ใน 2 รูปแบบ  คือ  วิธีการทำให้เซลล์ส่งสัญญาณมาทำลายตัวเอง (apoptosis) และวิธีการที่ทำให้เซลล์ทำลายตัวเอง (autophagy) การรักษาด้วยเคมีบำบัดเป็นกระบวนการฆ่าเซลล์แบบ apoptosis ส่วนการทำงานของขิงนั้นเกิดขึ้นในรูปแบบของ autophagy ซึ่งเป็นแนวทางที่คาดหมายว่าจะลดการดื้อต่อการรักษาด้วยเคมีบำบัดของเซลล์มะเร็งได้อีกด้วย

       ก่อนหน้านี้ศูนย์วิจัยโรคมะเร็ง  ในประเทศอังกฤษก็เคยวิจัยพบว่า สารสกัดจากขิงสามารถหยุดการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งได้  เจ้าหน้าที่ด้านข้อมูลวิทยาศาสตร์ เฮนรี่ สควอครอฟท์ (Henry  Scowcroft) กล่าวยืนยันผลการทดลองครั้งนี้  แต่อย่างไรก็ตามนักวิจัยทั้งสองท่านได้แสดงทัศนะว่า  งานวิจัยครั้งนี้เป็นเพียงการทดสอบเบื้องต้น และเป็นจุดเริ่มต้นของการค้นพบประสิทธิภาพการทำงานของขิงเท่านั้น  ยังคงต้องมีการค้นคว้าวิจัยอีกมาก  ก่อนที่จะยืนยันผลการทดลอง  และกว่าที่จะค้นหาสารออกฤทธิ์ในขิงเพื่อสกัดออกมาเป็นยายังคงต้องผ่านกระบวนการวิจัยอีกหลายขั้นตอน

       ในประเทศไทยเองก็มีการศึกษาวิจัยฤทธิ์ของขิงในการฆ่ามะเร็งเช่นกัน  โดยหวังว่าพืชพื้นเมืองอย่างขิงจะเป็นความหวังใหม่ในการรักษามะเร็งรังไข่ในอนาคต

       ปัจจุบัน ขิงได้รับการยอมรับว่าสามารถแก้อาการคลื่นไส้อาเจียน และป้องกันการเมารถ เมาเรือได้ มีการนำขิงบรรจุแคปซูลเพื่อสะดวกต่อการรับประทาน  และใช้กินเพื่อป้องกันการเมารถ ยาจีนหลายขนานก็มีขิงเป็นส่วนประกอบและคนจีนก็ได้ใช้ประโยชน์จากขิงมานับพันปีแล้ว

       การแข่งขันด้านการวิจัยสรรพคุณของสมุนไพรเป็นไปอย่างรวดเร็ว  ประเทศไทยขึ้นชื่อว่ามีสมุนไพรจำนวนมากและหลากหลาย  หากได้มีการวิจัยอย่างจริงจัง  เพื่อหาทางสกัดยาจากสมุนไพรโดยผ่านกระบวนการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่น่าเชื่อถือ  โอกาสการค้นเจอทางออกจากโรคร้ายคงมาถึงในอนาคตอันใกล้นี้

 

ที่มา : นิตยสารใกล้หมอ ปีที่ 31 ฉบับที่ 2 เดือน มีนาคม 2550

 

  << prev   1   2